ในเรื่อง Pursuit of Happiness มีตอนนึงที่พระเอกซ้อลูกบาสให้เป็นของขวัญลูกชาย แล้วพอลูกชายเล่น พระเอกก็บอกลูกว่าแต่อย่าลืมเรียนให้มากกว่านะ ทันใดลูกชายก็เศร้าเลย

พระเอกก็เลยบอกกับลูกชายว่า "อย่าให้ใครมาขโมยความฝันของเราได้แม้ว่าคนนั้นจะเป็นพ่อเองก็ตาม"

ประโยคนี้ดีมากๆ เพราะนี่คือปัญหาเด็กไทยอย่างนึงที่อยู่ในกรอบสังคมและการศึกษาเลี้ยงดูแบบไม่สอนให้คนคิด

ตอนเด็กอาจจะฝันอย่างหนึ่ง แต่พอโตขึ้นหลังเรียนจบก็มาเจอโลกความเป็นจริงว่าความจริงมันโหดร้ายเพียงใด

มีคนหลายคนยอมลดขนาดฝันให้เท่ากับความจริง คนพวกนี้คือคนธรรมดา คนดาษๆคนหนึ่งทั่วๆไป

คนบางคนก็ฝันแบบลมๆแล้งๆ เช่น ขอให้ได้เป็นแอร์ สจ๊วตก็พอ เป็นหมอก็โอ เป็นโปรแกรมเมอร์ก็ดีถมแล้ว วิศวก็เท่ห์จะตาย ทำงานธนาคารก็เจ๋ง

คนที่ฝันแบบนี้เป็นคนที่ลดขนาดความฝันให้เท่ากับความจริง เขาเลยไม่ได้คิดถึงอนาคตมักคิดแต่หาความสุขเล็กๆน้อยๆ

สรุปแล้วก็คือเจ้าของความฝันขโมยความฝันตัวเอง หรือไม่ก็โดนขโมยฝันไปตั้งแต่ก่อนหน้าแล้ว

ที่แย่ยิ่งกว่าคือคนที่กินความฝันของคนอื่นด้วย แม้แต่พ่อแม่ตัวเองก็ไม่เว้นก็มี

จะพบได้ว่าคนแบบนี้พอลำบาก จะลำบากไปตลอดชาติ แตกต่างจากคนอีกแบบ

เพราะน้อยคนนักที่จะเป็นคนที่ตัดสินใจ "ขยายความจริงให้เท่ากับความฝัน"

ดังนั้นจึงยังเห็นคนอายุ30นั่งรถเมล์อยู่ทุกวันไง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไม่เคยฝัน แค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
แล้วก็คิดเผื่ออนาคตไว้นิดหน่อย

ตอนสัมภาษณ์งานเวลาเค้าถามว่าวางแผนอนาคตระยะยาวไว้ว่ายังไงยังตอบตะกุกตะกักอยู่เลย
เห็นด้วยค่ะ....น้อยคนที่จะกล้าขยายความจริงให้เท่ากับความฝัน.....

เราเป็นคนนึงที่คนอื่นมองว่าชอบคิดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หรือเป็นไปได้ยาก....

ก็มันเป็นความฝันของเรานี่นา.....รู้ตัวว่าโอกาสน้อยมาก...

แต่ฟังคนอื่นมากๆก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา...เราเองเป็นคนที่เชื่อมั่นในความฝันพอตัวแล้วก็คิดว่าตัวเองเท่านั้นที่รู้ตัวเองดีที่สุดค่ะ ถ้าเราบอกตัวเองว่าทำได้...มันก็ต้องทำได้ค่ะ
เร็วหรือช้านั่นอีกเรื่อง

เพราะงั้น...เราต้องทำได้.....

แต่ก็ขอลองกะมันดูซักตั้ง....เราเองก็อยากขยายความจริงให้เท่ากับความฝันเหมือนกันค่ะ.....
ปล.แอบคิดว่าที่คนเราขโมยความฝันตัวเองเพราะแคร์สายตาคนรอบข้างมากเกินไปค่ะ....อย่างเพื่อนของเราบางคนจริงๆอยากเรียนหมอ แต่คะแนนไม่ได้สูงแบบว่าได้แน่ๆ ตอนเลือกไม่กล้าเลือกก็บอกคนอื่น บอกตัวเอง(ช่วงหลังๆ)ว่าอยากเรียนเภสัชต่างหากล่ะ....
เป็นเรื่องของการที่กลัวว่าคนอื่นจะมองว่าเป็นคนไม่คิดถึงระดับความสามารถของตัวเองมั้งคะ เราเองคิดว่าคนพวกนี้คือคนที่ลดขนาดความฝันนะ....

เอาล่ะ....อย่าไปสนว่าคนอื่นจะมองยังไง..มาสู้เพื่อความฝันกันค่ะ...

#2 By Lover Boy on 2007-03-31 13:24

ก้อเป็นแค่คนดาษดื่นที่มีอยู่มากมาย ที่มีความฝันบนพื้นฐานความเป็นจริงจึงยังคงต้องนั่งรถเมล์.... มองดูสิ่งที่เป็นไปผ่านเลนส์ 1คู่ เลยผ่านความคิดถึงอนาคตและพอใจกับความสุขเล็กๆน้อยๆที่อยู่กับคนที่รักและรักเรา

#3 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-03-31 23:42

อย่าละทิ้งความงัน !
เห็นด้วยนะคะ..อย่าให้ใครมาขโมยความฝันของเราไป

ความฝันเป็นของคู่กับกับความพยายามนะคะ

การลดขนาดความฝันให้สอดคล้องกับความเป็นจริงไม่ใช่เรื่องผิดและไม่แปลกอะไร..อย่างน้อยก็ดีกว่า..คนที่เอาแต่ฝัน..คนที่ขโมยความฝันและคนที่ดูถูกความฝันของคนอื่นใช่มั้ยล่ะคะ..

Just about any dream grows stronger, if you hold a little longer!
เล่นสงกรานต์ดีกว่า
ช่ายๆๆ เอสไอคะ รุ่น๑๕ ไอทีรุ่น๑๒

#7 By Aims* (125.25.72.168) on 2007-04-14 13:58

ตอนนี้เราลืมไปแล้วหละว่าตอนเด็กๆ เคยฝันว่าอะไร

และตอนนี้เราก็ไม่รู้ว่า ความฝันที่เราอยากได้อยากเป็นเนี่ย มันคืออะไร

เรารู้แต่ว่า เราต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง ^^

#8 By เตย (58.8.100.216) on 2007-04-16 00:28